Thanapat's profileสเปซผมเองPhotosBlogLists Tools Help

สเปซผมเอง

อยากอ่านก็อ่าน ไม่อยากอ่านก็ควรจะอ่าน^_^
March 26

++Are you TRY? Don't be BLIND.++

กลับมาแล้ว 5555+
ไม่ได้อั้พสเปซจะเปนปีรึยังไม่แน่ใจ
วันนี้นึกครึ้มอกครึ้มใจ เลยมาอั้พซะหน่อย
ตอนนี้ก็ ปิดเทอมจนจะเปิดซัมเมอร์อยู่แล้วอ่ะนะ
แล้วมันก็เปนปีสุดท้าย ที่จะได้ใช้ชีวิตนักเรียนมัธยมแล้วว
ก็คงต้องเอาจริงเอาจังกับชีวิตให้มากกว่านี้
 
แต่หัวข้อของบทความนี้ไม่เกี่ยวกับเรื่องนั้นหรอก
มันสืบมาจากบทความก่อนหน้านี้ ที่ชื่อว่า "Abandoned Musician"
ซึ่งแปลว่า "นักดนตรีที่ถูกทอดทิ้ง"
มันเป็นบทความแสดงความน้อยใจของผมในตอนนั้น
หลังจากที่ได้รับโอกาสทอง แต่กลับทำมันพังอย่างโง่ๆ
จึงได้เอาแต่รู้สึกผิด แล้วก็ไม่มองอะไรรอบๆกาย
อาจจะเรียกว่า I've Gone Blindก็ว่าได้
 
แต่ความจริงแล้ว
เมื่อผมเปิดตามอง ยังมีคนพร้อมที่จะให้โอกาสผมอีกมากมาย
ผมเคยคิดว่า "ผมไม่มีทางจะเทียบใครได้"
แต่ก็มีคนพูดว่า "ผมสามารถทำได้"
และผมก็เชื่อในตัวผมเอง ว่าผมสามารถทำได้แน่นอน
ตราบใดที่ผมยังมีความพยายาม
 
ผมไม่เคยโอ้อวดว่าตัวเองเก่ง หรือสุดยอด
แต่ผมจะบอกว่า "ผมมั่นใจ" ว่าผมทำได้
ผมก็จะบอกอีกครั้งว่า "ผมมั่นใจว่าสักวัน ผมจะสามารถเป็นสุดยอดได้"
และผมก็จะอยู่บนเส้นทางนี้อย่างมั่นคง
 
ใครเข้ามาอ่าน อาจจะงง
ไม่ต้องทำความเข้าใจอะไรกับผมมากหรอกครับ
ผมจะขอบอกไว้ท้ายบทความนี้เพียงว่า
"ทุกคน ไม่ว่าคุณ หรือใคร ก็สามารถเป็นสุดยอดได้ ถ้าคุณทำในสิ่งที่คุณรัก และคุณก็รักในสิ่งที่คุณทำ ขอเพียงคุณไม่ละความพยายาม วันนั้นต้องเป็นของคุณแน่นอน"
 
ปล.เชื่อผมเถอะครับ
October 21

++Abandoned Musician++

ไม่มีอะไรทำ เลยมานั่งอั้พสเปซ มันเบื่อๆ
 
คนเรา เวลามุ่งมั่นหรือรักที่จะทำการใดแล้ว ก็อยากที่จะทำมันไปเรื่อยๆ
คนเรา วันหนึ่ง ไม่ว่าจะมีประสบการณ์แค่ไหน ก็ต้องเคยผิดพลาด
คนเรา ไม่ว่าจะเคยรบมา10สมรภูมิ ลงสนามมากกว่า600นัด หรือขึ้นเวทีมาแล้วมากกว่า100เวที ก็ต้องมีวันที่ทำได้ไม่ดี
คนเรา เมื่อพลาดอะไรไป ก็ต้องการโอกาส ที่จะพิสูจน์ตัวเองใหม่
 
แต่บางทีมันก็อาจไม่อยู่ในความคิดคนอื่น
บางที คนเราอาจจะไม่ได้รับโอกาสเลยก็ได้
 
หลายๆคนที่อ่านคง งงมั้ง ว่าไอ้นี่มันบ่นอะไร
ก็ไม่มีอะไรมาก
แค่นักดนตรีคนนึง ที่ตอนนี้ไม่มีวงอยู่
เพราะดันไปทำพลาดในตอนขึ้นเวที ทั้งๆที่ได้โอกาสฟอร์มวงกับคนมีฝีมือ
ทำเขาต้องตกรอบ เพราะเราเอง
เพื่อนที่เคยฟอร์มวงกันมาก็ถูกดึงไปเล่นกับวงอื่น ดูท่าทางไปรุ่ง
ส่วนเรา ก็หมาหัวเน่า
ชีวิตคนเรามันไม่เที่ยงหรอกมั้ง
 
 
ช่างมันเหอะ เบื่อบ่นและ
 
จบ ง่ายๆ
September 20

++1มุมมอง ของการปฏิรูปฯ++

มีกันต่างๆนาๆความเห็น
ไอ้กระผมมันก็ไม่ได้มีเจตนาจะยุยงให้แตกแยกกันหรืออย่างไร
แต่เราจะลองมามองเหตุผลอีกมุมนึง
อาจจะเป็นการเล่นละครก็ได้มั้ง
พลเอกสนธิ บุญรัตกลิน  เดิมที  ก็อยู่ฝั่งเดียวกับ พตท.ทักษิณ ชินวัตร อยู่แล้ว
แล้วถ้าเหตุผลของการปฏิรูปที่แท้จริงแล้ว ไม่ได้ทำเพื่อล้มล้างทักษิณล่ะ??
ความจริงแล้ว เป้าหมายที่แท้จริง อาจจะสวนกลับไปหา นายสนธิ ลิ้มทองกุล ก็เป็นได้
เราลองมาคิดกันดู ทำไมสนธิ บุญรัตกลิน ต้องมารัฐประหารทักษิณ
เมื่อทั้ง2อยู่ฝั่งเดียวกัน แล้วต่างก็เป็นศัตรูของ สนธิ ลิ้มทองกุล
อ้าว แล้วมันจะโยงกันไปยังไง
ก็ ลองคิดดู
เมื่อไม่มีนายก  รัฐธรรมนูญถูกฉีกทิ้ง
แล้วใครจะร่าง...?
ทักษิณจะกลับมาร่างรึ ?  ก็คงจะดูน่าเกลียดไป
ก็อาจจะหาตัวแทนร่าง
เมื่อได้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่
พตท.ทักษิณ ชินวัตร จะกลับมาลงสมัครมั้ย ?
ถ้ากลับมาลงสมัคร แล้วได้รับเลือกอีก
ทีนี้ สนธิ ลิ้มทองกุล ก็จะหมดความหมายไปทันใด
เพราะ ถ้าเป็นคุณ คุณจะกล้าประท้วงบุคคลที่คนทั้งประเทศยอมรับให้เข้าทำงานเป็นครั้งที่3หรือครับ
 

ปล.อันนี้เป็นมุมมองส่วนตัว อาจจะขัดกับความเห็นของหลายๆคนก็ขอโทษด้วย
May 28

++Oh... HardWork Is So Tired++

ผ่านไป1เดือน สำหรับSummer และ2อาทิตย์ กับการเปิดเทอม
ความรู้สึกมันต่างกับปีก่อนๆสิ้นเชิงเลย
 
การที่ตั้งใจเรียนไม่วอกแวกเลยในห้องเรียน
กลับมาถึงบ้านก็ไม่ได้เล่นมากมายเหมือนแต่ก่อน
 
จนมันให้ความรู้สึกว่า ไอ้การตั้งใจเรียนแบบนี้นี่
มันเหนื่อยเหลือเกิน
แต่ก็ต้องเตือนกับตัวเองไว้ว่า
เราทำเพื่อตัวเอง และทุกคนในครอบครัว
ถ้าเราไม่ขยันเสียตอนนี้
อนาคตก็คงจะไม่ได้อยู่มหาลัยดีๆ
ไม่มีงานดีๆทำ
แล้วจะอยู่ยังไง
 
แต่ก็รู้สึกดีนะ เวลาทำอย่างงี้
มันทำให้รู้สึกมั่นใจอยู่ลึกๆไงไม่รู้
ว่ายังไงกูต้องประสบความสำเร็จแน่นอน
 
แต่ถึงจะไม่ประสบความสำเร็จจริงๆ
ก็ยังมีความภูมิใจที่ครั้งหนึ่งเคยทำดีที่สุดแล้ว
หลังจากนั้นจะเป็นยังไงก็ช่าง
 
ใครจะลองทำตามก็ได้นะ
เรื่องดีๆก็ไม่อยากหวงอยู่แล้ว
 
 
จบข่าว
สำนักงานหื่นแห่งชาติ
May 12

++You'll Never Walk Alone++

อืม.. เพลงที่ฟังกันอยู่ตอนนี้ในSpaceนี่ล่ะ
มันเป็นเพลงที่ให้กำลังใจดีที่สุด ที่ผมเคยเห็นแล้ว
 
ก็ เลยจะเอาเนื้อ พร้อมคำแปลมาให้อ่านกันเคล้าอารมณ์กันไป
เขียนสดแปลสด เอิ๊กๆ
 
When you walk through a storm
Hold your head up high
And don't be afraid of the dark
At the end of the storm
Is a golden sky
And the sweet silver song of a lark
Walk on through the wind
Walk on through the rain
Tho' your dreams be tossed and blown
Walk on, walk on
With hope in your heart
And you'll never walk alone
You'll never walk alone

เมื่อยามที่คุณเดินท่ามกลางพายุ
จงเชิดหน้าขึ้น
และอย่าเกรงกลัวต่อความมืด
เพราะที่สุดของพายุนั้น
คือท้องฟ้าสีทอง
และเสียงเพลงขับกล่อมจากสวรรค์
เดินต่อไป ผ่านสายลม
เดินต่อไป ผ่านสายฝน
ถึงแม้ว่า ความฝัน จะถูกทำลายและเหวี่ยงทิ้ง
ก็จงเดินต่อไป
ด้วยความหวังในหัวใจ
และคุณจะไม่มีวันเดินเดียวดาย
คุณจะไม่มีวันเดินเดียวดาย...
 
 
 
 
เมื่อไหร่ที่คุณเจออุปสรรค
ก็จงรู้ไว้นะครับ
ว่าคุณไม่เคยเดินอยู่คนเดียว
You'll Never Walk Alone
 
 
จบข่าว
สำนักงานหื่นแห่งชาติ
May 05

++You're My Friend Forever++

มาอั้พSpaceซะหน่อยดีกว่า
ทิ้งไว้เดี๋ยวสนิมขึ้น
 
เรื่องที่จะพดวันนี้ก็อยากจะพูดถึงเพื่อนๆชาวYENอ่ะนะ
 
อย่างแรกเลยก็คือ
ไอ้เจ้าหวาย 1ในสมาชิกชาวYENของผม
มีอันต้องจากไปจากเราเสียแล้ว
ไม่ได้เป็นอะไรหรอกนะ
แต่มันดันสอบติดไฟฟ้า HotLineอ่ะดิ..- -"
ก็เลยจำต้องออกจากโรงเรียนเพื่อไปตามความฝันต่อไป
 
เฮ้อ...
ก็น่าเสีนดายนะ
คบกันมาตั้ง4ปี ต้องมาจากกันไปซะแล้ว
 
แน่นอน ทางเรา สมาคมYEN ต้องจัดงานเลี้ยงส่งให้อยู่แล้ว
 
พวกเราเลยตรงไปที่แก่งเกาะใหญ่
ทั้งหมดด้วยกัน 15คน ขาดเพียง1คนคือ ไอ้เจ้าแชมป์
ซึ่งขออนุญาตปู่ย่าช้าเกินไป อดมาอย่างน่าเสียดาย
 
แต่อย่างไรก็ตาม เราก็ต้องดำเนินแผนการต่อไป
เมื่อไปถึงที่พัก ที่อยู่ในสวนลำไย ที่นั่นบรรยากาศดีมาก
อยู่ติดกับลำธาร สุดทางคือแก่งเกาะใหญ่ ที่เป็นสถานที่ท่องเที่ยว
 
แต่ที่ที่ผมอยู่กันนั้น เหมือนกับธารส่วนตัวยังไงยังงั้น
อ้อ ลืมบอกไป พวกเราไปค้างคืนกันทั้งหมด3วัน2คืน
 
เวลาผ่านไป เราก็เล่นกันอย่างสนุกสนาน
และแน่นอน งานเลี้ยงก็ย่อมมีวันเลิกรา
 
ทุกคนก็แยกย้ายกันกลับบ้าน ทิ้งไว้เพียงความทรงจำที่ดีที่อยู่ที่นั่น
 
และแน่นอน เราจะไม่มีวันลืมนายตลอดไป ไอ้หวาย
 
มาเที่ยวกันใหม่เรื่อยๆ โชคดีในสิ่งที่ตั้งใจไว้ละกัน
 
 
Farewell Piyabut Hanpradit
 
 
จบข่าว
สำนักงานหื่นแห่งชาติ
 
 
April 16

++Full Fit For Future++

ว่างๆอยู่ เลยมาอั้พspaceซะหน่อย ไม่ได้อั้พนาน
ก็นะ ตามหัวข้อไปเลย ว่า Full Fit For Future
แปลตรงๆก็คือว่า ฟิตเต็มที่ เพื่ออนาคต
 
ก็คือ จะสื่อผ่านBlogตัวนี้ว่า
ตั้งแต่นี้ไป จะฟิตเต็มที่กับการเรียนแล้ว ไม่หมกมุ่นกับเกมเหมือนแต่ก่อน
ผลการเรียนจะได้ออกมาดีซะที
 
ทำไมถึงเพิ่งนึกได้ว่าจะฟิตอ่ะหรอ
มันก็เนื่องมาจากเกรดเฉลี่ยอันน่าเชยชมของ ม.4อ่ะดิ
2.71!!!!ทำไปได้
ความใฝ่ฝันที่อยากจะเรียน คือ นิเทศน์ศาสตร์ จุฬาฯ
แล้วเกรดแค่เนี้ยนะ จะเข้าได้
ความจริงมันก็พอเข้าได้อยู่หรอก
แต่ต้องวันที่ไม่มีใครเข้าสอบเลยนะ - -"
 
ก็เลยกะว่าสู้เพื่อชาติซะที
 
เอาละ พอดีกว่า
อยากให้หลายๆคนที่อ่านคิดตามบ้างนะ
 
จบข่าว
สำนักงานหื่นแห่งชาติ
March 23

++My Liverpool Have Wings++

ช่วงนี้ต้องบอกว่าอารมณ์ดีจริงๆ
เหล่ากองหน้าของลิเวอร์พูลเริ่มทำประตูกันได้แล้ว
ตั้งแต่นัดฟูแล่ม(ถล่มเละเทะ5-1)
เยือนนิวคาสเซิ่ล(บุกบี้ถึงบ้าน3-1)
หรือนัดล่าสุด
กับการไปเยือนเบอร์มิ่งแฮม(ไล่เตะจนปวดขี้ไป7-0)
ฟอร์มหงส์แดงกำลังจี๊ดขึ้นอย่างต่อเนื่อง
เกมรุกที่หลายคนเคยบอกว่าน่าเบื่อก็กลายเป็นRED MACHINE
ที่ไล่เตะคู่ต่อสู้ไม่เลือกหน้า
สรุป รวม3นัด ยิงไป15ประตู
กองหน้าทั้งหลายที่เคยตีนฝืดกันมานานกลับยิงรวมกันไปทั้งหมด
ประมาณ8ประตู
เป็นไงล่ะ
 
ตอนนี้ไอ้พวกนักวิจารณ์ที่ชอบด่าลิเวอร์พูลคงจะเลิกบ่นได้นะ
 
FA CUPรอบต่อไปเจอใครไม่สน แต่ปีนี้จะดูเจอร์ราดชูถ้วยFAโว๊ยยย
 
จบข่าว
สำนักงานหื่นแห่งชาติ
February 19

++กู เกลียด ตุ๊ด โว๊ย!!!!!!!!++

เปิดมาขนาดนี้ ไม่ต้องอะไรมากแล้ว
 
เมื่อวานวันแดงเดือดเพิ่งจะสมหวังมา
วันนี้มันดันมีอย่างอื่นให้เดือด
 
ในชีวิตอยู่มาจะครบ16ปีแล้วเพิ่งจะเคยรู้สึกเกลียดตุ๊ด(กระเทย) มากขนาดนี้
 
กระเทย ในความหมายที่(น่าจะ)แท้จริง และผมเองรับได้ก็คือ
ผู้ชาย ที่ชอบผู้ชายด้วยกัน มีความคิดความอ่านเป็นผู้หญิง
คือ ถึงกูเป็นผู้ชาย แต่กูก็ถือตัว กูแค่ชอบผู้ชาย แต่กูไม่ได้บ้าผู้ชาย
 
เอาเถอะ เข้าเรื่องดีกว่า
ขอย้อนเรื่องไปถึงเมื่อวานละกัน
 
คือเมื่อวาน ก็อย่างว่านะ วันแดงเดือด
เลยชวนเพื่อนๆไปกินหมูกะทะดูแดงเดือดกัน
นั่งดูการโขกสุดสวยของ ปีเตอร์ เคร้าช์ ผ่านมือ เอ็ดวิน ฟาน เดอ ซาร์ ไปอย่างสวยงาม
ส่งผลให้หงส์แดง เฉือน ผีแดง และเขี่ยผีแดงตกรอบFA Cup รอบ5ไปในที่สุด
หลังจากนั้น ก็เตรียมเข้าบ้าน(เพื่อนๆมานอนกันที่บ้านผม)
ก่อนเข้าเลยไปหาซื้อน้ำเมามานั่งก๊งกันนิดหน่อย ตามประสา
เข้ามาในบ้านก็ ดีดกีตาร์ เล่นเกม เล่นไพ่ ก๊งเหล้ากันไปเรื่อยๆ
ไปๆมาๆ ไม่ได้นอนซะแล้ว ประมาณตี5 เกือบ6โมงเช้าแระ
แล้วต้องไปซ้อมไท คัพ ตอน9โมงซะด้วย - -"
ผมเลยงีบซะหน่อย(ง่วง+ซัดเบียร์ไปคนเดียวเกือบ1ขวด)
ตื่นมาอีกทีก็8โมงแล้ว
นั่งดูดราก้อนบอลจบ ก็เวียนกันอาบน้ำ แล้วก็ไปโรงเรียน
สรุป ได้นอนแค่2ชม.เอง
 
นี่ล่ะ ถึงจุดเริ่มของเรื่องแล้ว
มาถึง รร. ต้องมาซ้อมเชียร์ ไปแข่ง ไท คัพ
มาถึงได้ซักแป๊บ ก็ตรงไปที่สนามกีฬากลาง(อะไรว้า ซ้อมแป๊บเดียวเอง)
ไปถึงปุ๊บ
ก็จัดการขึ้นสแตนด์อะไรเรียบร้อย
เค้าขึ้นเพลงขึ้นอะไรก็ทำท่า ร้องเพลง เต้นตามไปสนุกสนาน
ไปๆมาๆ มันชักไม่สนุกซะแล้ว
ไปที่สนามตั้งแต่เที่ยง เล่นไปยัน ประมาณบ่าย4 มันอะไรว้า ไม่จบซะที
กรรมการก็มาช้ามาก
แล้ว อีกระเทย 2ตัว ที่เป็นคนฝึกท่า มันก็สั่งอยู่นั่นแหละ
ร้องเพลงติดๆกันไม่ได้หยุดเลย เหนื่อยก็เหนื่อย
กรรมการก็ยังไม่มาซะที
แล้วไอ้แต่ละทีแมร่งก็นะ
ถอดไอ้นู่น ใส่ไอ้นี่ แล้วก็ไม่เคยรอกันเลย
บางทีอีตัวขวาสั่งอันนี้ เราก็หยิบของขึ้นมา
แต่อีตัวซ้ายมันสั่งไปก่อนแล้ว เป็นเพลงอื่น นั่น หยิบแป็กซะงั้น
ถึงประมาณ5โมง อะไรวะ กรรมการยังไม่มาอีกหรือ
ไอ้เราก็เซ็ง นอนก็นอนแค่2ชม. เมาค้างอยู่อีกตะหาก
เลยหยุดทำ นั่งดูบอล ปล่อยไอ้พวกที่เหลือทำไปก่อนซักพักนึง
 
เอาล่ะ จังหวะนี้ล่ะครับ
อีโชค(กูจะจำมึงไว้ชั่วชีวิต) อีกระเทยชอบเอาหน้า
มันตะโกนด่าผมดังมาก
ว่า
มึงทำสแตนด์เสียนะเนี่ย!! ทำไมไม่ทำ!! หน้าด้าน!!
แล้วก็อีกหลายๆคำที่ผมไม่ค่อยได้ยินเท่าไหร่
แต่ด่าแรงมาก แถมปาขนมปังใส่ผมตอนผมหันหลังอีก
ไอ้เราก็ฉุนดิ
 
ในใจเราก็นึกอยู่ว่า
กูไม่ทำ เพราะกูเหนื่อย ไอ้กรรมการก็ยังไม่มา กุจะพักไม่ได้เลยหรือ
แล้วมึงล่ะ ดีนักหรือ เอาแต่กรี๊ดๆๆ ร้องเพลงเร่งจังหวะ ทำกลองหน้าเครียด
อีกระเทยที่ฝึกยังตะโกนด่าเลย
ว่า"มึงอย่าเร่งจังหวะสิโว๊ย!!  ฟังจังหวะกลองเป็นมั้ย"
นั่นสินะ
อย่างว่าสิ กระเทยมันควายจริงๆ โง่ขนาดฟังจังหวะกลองไม่เป็น
ร้องให้ตรงจังหวะยังทำไม่ได้ ควายมากๆ
 
ไม่รู้จะด่าพูดยังไง
ขอระบายไว้ละกัน
 
อีควาย มึงน่ะดีนักหรือไง อีเหี้ย มึงอย่าคิดว่ามึงมีแบ็คดีนะโว๊ย
ใช่สิ ครูหลายคนอาจจะมองมึงเป็นคนดีนะ เพราะมึงมันตอแหลได้ทุกสถานการณ์นี่หว่า
ทำอะไรก็เข้าตาครูไปหมด ทำอะไรเอาหน้าตลอด
กูมันทำอย่างมึงไม่ได้หรอก
ถึงกูจะเป็นคนดีแค่ไหน ใครๆเขาก็มองกูชั่ว
เพราะกูเป็นคนตรง ไม่เคยประจบใคร ไม่เคยทำอะไรเอาหน้า
คิดอะไรก็พูดไปอย่างนั้น ถ้ามึงคิดว่ามึงดีก็ทำไป
แต่จงจำเอาไว้ว่า ต่อจากนี้ กู จะแบนกระเทยทุกตัว
กระเทยตัวไหนเข้ามายุ่งกะกู มึงเจ็บตัวแน่
ใครดีกับกู กูดีด้วย ใครจังไรกับกูอย่างนี้ กูก็จะเหี้ยกลับ
แล้วมึงอย่าเสียใจ
 
จบข่าว
สำนักงานหื่นแห่งชาติ
February 13

++Valentine Legend++

ไหนๆพรุ่งนี้ก็จะวาเลนไทน์แระ
มันว่างๆ ไม่มีไรทำ
 
ก็จะมาเล่าถึงที่มาของวันวาเลนไทน์ให้อ่านกัน
 
เรื่องมันมีอยู่ว่า
 
เทศกาลวาเลนไทน์ เริ่มมีขึ้น ตั้งแต่ยุคที่จักรวรรดิโรมันเรืองอำนาจ ในยุคนั้น วันที่ 14 กุมภาพันธ์ของทุกปี ถูกจัดให้เป็นวันหยุดเพื่อเป็นเกียรติแต่เทพเจ้าจูโนผู้เป็น จักรพรรดินีแห่งเทพเจ้าโรมัน นอกจาก นี้แล้วพระองค์ยังทรงเป็นเทพเจ้าแห่ง อิสตรีเพศและการแต่งงานและในวันที่ 15 กุมภาพันธ์ เป็นวันเริ่มต้นเทศกาล เฉลิมฉลองแห่งลูเพอร์คาร์เลีย การ ดำเนินชีวิตของหนุ่มสาวจะ ถูกตัดขาดออกจากกันอย่างสิ้นเชิง ในรัชสมัยของ จักรพรรดิคลอดิอัส ที่ 2 (Emperor Claudius II) แห่ง กรุงโรม พระองค์ ทรงเป็นกษัตริย์ที่มี ใจคอดุร้ายและทรงนิยม การ ทำสงครามนองเลือด ได้ทรงตระหนักว่าเหตุที่ ชายหนุ่มส่วนมากไม่ประสงค์จะเข้าร่วม ในกองทัพเนื่องจากไม่อยากจากคู่รัก และครอบครัวไป จึงทรงมีพระราชโอง การสั่งห้ามมิให้มีการจัดพิธีหมั้นและ แต่งงานกันในโรมโดยเด็ดขาด ทำให้ ประชาชนทุกข์ใจเป็นอย่างยิ่ง และขณะนั้น มีนักบุญรูปหนึ่งนามว่า เซนต์วาเลนไทน์ หรือวาเลนตินัส ซึ่งอาศัยอยู่ในโรมได้ ร่วมมือกับเซนต์มาริอัสจัดพิธีแต่งงานให้กับ ชาวคริสต์หลายคู่ และด้วยความปรารถนา ดีนี้เองจึงทำให้วาเลนไทน์ถูกจับและระ หว่างนี้ก็ยังคงส่งคำอวยพรวาเลนไทน์ ของเขาเองขณะที่เขาเป็นนักโทษ เป็น ความเชื่อว่าวาเลนไทน์ได้ตกหลุมรักหญิง สาวที่เป็นลูกสาวของผู้คุมที่ชื่อจูเลีย ซึ่งได้มาเยี่ยมเขาระหว่างที่ถูกคุมขัง ในคืนก่อนที่วาเลนไทน์จะสิ้นชีวิตโดยการถูกตัดศีรษะ เขาได้ส่งจดหมายฉบับ สุดท้ายถึงจูเลีย โดยลงท้ายว่า “From Your Valentine”
.
วันที่ 14 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 270 หลังจากนั้นศพของเขาได้ถูก เก็บไว้ที่โบสถ์ พราซีเดส (Praxedes) ณ กรุงโรม จูเลียได้ปลูกต้นอามันต์ หรืออัลมอลต์สีชมพู ไว้ใกล้หลุม ศพของวาเลนตินัส แด่ผู้เป็น ที่รักของเธอ โดยในทุกวันนี้ ต้นอามันต์สีชมพูได้เป็นตัวแทน แห่งรักนิรันดรและมิตรภาพ อันสวยงาม และคำนี้ก็เป็นคำที่ใช้มา จนถึงปัจจุบัน ถึงแม้ว่าเบื้อง หลังความเป็นจริงของวาเลนไทน์จะ เป็นตำนานที่มืดมัว แต่เรื่องราวยังคง แสดงให้เห็นถึงความรู้สึกสงสาร ความ กล้าหาญและที่สำคัญที่สุดเป็นเครื่องหมาย ของความโรแมนติค จึงไม่น่าประหลาดใจ เลยว่าในช่วงยุคกลางวาเลนไทน์เป็นนักบุญ ที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในอังกฤษและฝรั่งเศส ต่อมาพระในนิกายโรมันคาทอลิกจึงเลือกให้ วันที่ 14 กุมภาพันธ์ เป็นวันเฉลิมฉลอง เทศกาลแห่งความรักและดูเหมือนว่ายัง คงเป็นธรรมเนียมที่ชายหนุ่มจะเลือก หญิงสาวที่ตนเองพึงใจในวันวาเลนไทน์ สืบต่อกันมาจนถึงทุกวันนี้

วาเลนไทน์ ในแต่ละประเทศจะมีประเพณีหรือการ ปฏิบัติที่แตกต่างกันบ้าง แต่โดยรวมแล้ว จะมีการเฉลิมฉลองและเป็นการแสดงถึง ความรักที่มีระหว่างกัน ต่อมาเมื่อความ เจริญก้าวหน้าทางด้านเทคโนโลยีทางด้าน การพิมพ์เข้ามาเกี่ยวข้องมีการพิมพ์บัตร อวยพรโดยเข้ามาแทนที่จดหมายที่ เขียนด้วยลายมือ และปัจจุบันก็มีการส่ง บัตรอวยพรทางออนไลน์เพื่อแสดงถึงความ ก้าวหน้าของเทคโนโลยีสารสนเทศที่ช่วย ให้คนที่ต้องการแสดงความรักความห่วงใย ถึงคนที่รักได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น ประวัติ วันวาเลนไทน์นี้ เป็นเรื่องที่เล่าต่อๆกันมา จนถึงปัจจุบัน เท่าที่ค้นหามาได้นี้เป็นเพียง หนึ่งในหลายๆเรื่องเท่านั้น แต่ไม่ว่าประวัติ ที่แท้จริง จะเป็นอย่างไรก็ตาม ใน ปัจจุบัน นี้เราได้ถือว่าวันวาเลนไทน์เป็น วันสำคัญวันหนึ่งในประวัติศาสตร์เลยที เดียว คุณสามารถส่งดอกไม้ ขนมและ การ์ด เพื่อบอกความนัยให้แก่คนพิเศษ ของคุณ วันนี้จะเป็นวันที่เราส่งความรู้สึก ดีๆให้แก่กัน...
 
 
 
แค่นี้ล่ะ หลายคนดันไปเข้าใจผิดว่าเป็นวันที่จะต้องหวานซึ้งกับคนรัก
ความจริงแล้ว วาเลนไทน์ เราจะมอบความรู้สึกดีๆให้กับใครก็ได้
ไม่ว่าจะเป็นพ่อ แม่ ครู เพื่อน ฯลฯ
 
จบข่าว
สำนักงานหื่นแห่งชาติ
 
Photo 1 of 67

Thanapat Kanjanopas

Occupation
Interests